ออกกำลังบริหารร่างกาย แบบไหน ช่วยทำให้คุณมี อายุยืน

Spread the love

คุณบริหารร่างกายเพื่ออะไร ? บางคนบางทีอาจบริหารร่างกายเพื่อให้ได้เป็นเจ้าของรูปร่างสวย ๆ หุ่นล้ำบึ้ก บางคนอาจออกกำลังกายเพื่อลดหุ่น ลดคการเสี่ยงของโรคอันตราย ๆ ทั้งยังโรคอ้วน ไขมันในเลือดตัน หลอดเลือดอุดตัน โรคหัวใจ ฯลฯ แต่จริง ๆ แล้วการออกกำลังกายช่วยให้คุณมีสุขภาพที่แข็งแรง และช่วยให้มีอายุยืนยาวได้ด้วย

          ออกกำลังกายแบบไหน ช่วยให้ “อายุยืน”

ดร.ทศพร ยิ้มลมัย คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชี้แจงว่า การวิ่งในระดับความเร็ว-ความหนักปานกลาง เป็นการบริหารร่างกายที่เหมาะสมกับคนทุกเพศทุกวัย ช่วยคุ้มครองปกป้องกันโรคเส้นเลือดหัวใจ และก็ช่วยทำให้มีอายุยืนได้

จากการวิเคราะห์ข้อมูลผลที่ได้จากงานวิจัยจากหลาย ๆ ฉบับโดย ลีรวมทั้งภาควิชา ในปี ค.ศ. 2017 ได้ผลสรุปว่า การบริหารกายด้วยการวิ่งระดับปานกลางสิ่งเดียว ไม่ได้บริหารกายแบบอื่นร่วมด้วย ช่วยลดอัตราคการเสี่ยงในการเสียชีวิตได้มากถึง 30% เมื่อเปรียบเทียบกับการออบริหารกายแบบอื่นโดยไม่ได้วิ่งเลย

ยิ่งไปกว่านี้นักค้นคว้ายังเจออีกว่าถ้าเกิดบริหารร่างกายด้วยการวิ่ง ร่วมกับการมีการบริหารร่างกายแบบอื่น จะสามารถช่วยลดอัตราการตายได้มากขึ้นถึง 43% สอดคล้องกับการค้นคว้าอีกชิ้นหนึ่งที่พิสูจน์ว่า จากการบริหารร่างกายในแบบอื่น ๆ ยกตัวอย่างเช่น วิ่ง เดินเร็ว ตีเทนนิส ว่ายน้ำ พายเรือ อื่นๆอีกมากมาย พบว่ามีเพียแค่วิ่ง เดินเร็ว และตีเทนนิสเท่านั้นที่ช่วยลดอัตราความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจได้ดีกว่ากีฬาชนิดอื่น ๆ

         วิ่งอย่างไร ถึงจะช่วยให้อายุยืน

การวิ่งที่ช่วยให้มีอายุยืน คือการวิ่งในระดับปานกลาง หรือการวิ่งจ๊อกกิ้งในความเร็ว และใช้เวลาตามนี้

         1.ก่อนวิ่ง วอร์มร่างกายด้วยท่าบริหารทั่วร่างกาย ย้ำข้อต่อของขาต่าง ๆ ได้แก่ ข้อเท้า ข้อเข่า เอว อื่นๆอีกมากมาย เป็นเวลา 5-10 นาที
         2.เลือกใส่ชุด และก็รองเท้าสำหรับการวิ่งโดยยิ่งไปกว่านั้น เลือกชุดที่สวมใส่สบาย ระบายอากาศได้ดี รองเท้ามีสภาพเรียบร้อยไม่ชำรุด ผูกเชือกรองเท้าให้กระชับ ไม่แน่นไม่หลวมจนเกินไป
         3.เริ่มวิ่งเหยาะ ๆ ช้า ๆ ก่อน สามารถเปิดนาฬิกาข้อมือที่วัดอัตราการเต้นของหัวใจได้ เพื่อตรวจดูให้เราวิ่งในระยะความเร็วที่อัตราการเต้นของหัวใจค่อย ๆ เพิ่มขึ้นอย่างช้า ๆ ใช้เวลาวิ่ง 10-15 นาทีในอัตราการเต้นของหัวใจอยู่ที่ 114-133 BPM (Target zone heartrate 60-70%) แล้วต่อจากนั้นเบา ๆ เร่งความเร็วให้หัวใจเต้นที่ 133-152 BPM (Target zone heartrate 70-80%) อีก 10-15 นาที
         4.ระหว่างวิ่ง พยายามรักษาระดับความเร็วให้คงเดิม หายใจเข้าออกผ่านจมูกตามธรรมดา หากเริ่มหายใจไม่ทัน ควรค่อย ๆ ผ่อนความเร็วลง
         5.มือใหม่ฝึกฝนวิ่งบางครั้งอาจจะไม่สามารถที่วิ่งจ๊อกกิ้งระดับกึ่งกลางได้ต่อเนื่องกันถึง 20-30 นาที สามารถลดความเร็วลงแล้วเปลี่ยนเป็นเดินระหว่างการวิ่งได้ เมื่อหายเหนื่อยค่อยเริ่มต้วิ่งใหม่
         6.วิ่งเสร็จ อย่าลืมคูลดาวน์ ยืดคลายกล้ามเนื้ออีก 5-10 นาที เป็นอันจบ

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *