“บ้าน” หลังวิกฤต “โควิด-19” เป็นเรื่องของการออกแบบพื้นที่และ “สติ” ที่ต้องมีเพิ่มขึ้น

Spread the love

โควิด-19 ซึ่งถ้าหากจะเป็นช่วงๆก่อนในการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา หรือว่าโควิด -19 (COVID-19) เราอาจจะพูดได้ว่าเราไม่ค่อยมีเวลาอยู่ “บ้าน” หรือว่าเหตุเพราะเวลาส่วนใหญ่นั้นก็ได้หมดไปกับในการการเดินทาง การทำงาน ฯลฯ แต่ว่าสำหรับในช่วงเวลานี้ “บ้าน”

ที่ได้กลายเป็นสถานที่ที่คนส่วนใหญ่ๆนั้นได้ใช้เวลาอยู่เกือบประมาณ  24 ชั่วโมง. จึงจะทำให้เกิดคำถามว่า “บ้าน” หลังที่ผ่านวิกฤตแล้วล่ะก็จะยังเหมือนเดิมไหม ต้องมีการออกแบบบ้านให้การตอบรับปรับเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้หรือเปล่า และก็ถ้ามีพื้นที่จำกัดนั้น แต่ก็ยังต้องการใช้ชีวิตแบบเดิมๆ กิน นอน ทำงาน การออกกำลังกายในพื้นที่เดียวกัน ที่พักอาศัยเดิมยังตอบโจทย์ชีวิตอยู่ไหน

“คุณบอน-วีรภัฎ  โชคดีทวีอนันต์” สถาปนิกและเจ้าของ The Bound House (เดอะบาวด์ เฮาส์) กับมุมมอง “บ้าน” หลังจากผ่านวิกฤตโควิด-19 นี้ไปแล้ว ควรเป็นอย่างไร ซึ่งเจ้าตัวก็ออกตัวว่าเป็นเพียงมุมมองของตนเท่านั้น

         ในมุมของสถาปนิก เมื่อคนส่วนใหญ่ต้องอยู่บ้านมากขึ้น เราควรใส่ใจเรื่องใดมากขึ้นเป็นพิเศษหรือเปล่า

เพราะเนื่องจากปัญหานี้จะเป็นปัญหาใหม่ๆที่ทุกๆคนต้องปรับตัว ผมเห็นเพื่อนๆ คนอย่างใกล้ชิดส่วนใหญ่นั้นก็ได้เริ่มปรับสภาพพื้นที่บ้านให้เหมาะสมกับกิจกรรมของแต่ละคน ทั้งเรื่องการทำงาน กิจกรรมที่ชื่นชอบ งานอดิเรก ไม่ว่าจะเป็นการปลูกต้นไม้ การทำอาหาร หรือการออกกำลังกาย

ผมว่ามันจะเป็นบทเรียนของทั้งทั่วโลก ที่คนนั้นจะได้เห็นความสำคัญเมื่อได้สร้างบ้านควรใส่ใจเรื่องการจัดสรรพื้นที่การใช้งาน มันอาจต้องปรับเปลี่ยน ยืดหยุ่นได้ ซึ่งถ้าหากลงรายละเอียดไปถึงสมาชิกแบบอื่นๆ ในครอบครัวทั้งเด็ก และก็ผู้สูงอายุ มันก็ต้องปรับให้ตอบสนองกับชีวิตของพวกเขาเหล่านั้นด้วยนะค่ะ

         เมื่ออยู่ในครอบครัวเดียวกัน แต่เราต้องรักษาระยะห่าง ในด้านการออกแบบพื้นที่จะต้องทำอย่างไรให้ระยะห่างคงไว้ซึ่งความสัมพันธ์เช่นเดิม

ซึ่งผมก็คิดว่าเป็นเรื่องของพฤติกรรมของคนภายในบ้าน แล้วก็ผมว่าคนที่ได้อยู่ในครอบครัวเดียวกันนั้นก็ยังจะไม่ซับซ้อน ถ้าหากเขาไม่ได้มีความเสี่ยง หรือว่าจะเป็นผู้ติดเชื้อ เพราะว่าผู้ติดเชื้อจะต้องถูกแยกออกไปรักษาตัวอยู่แล้วล่ะก็ แต่ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุด ก็คือ เราจะต้องใช้ชีวิตอย่างมีสติอย่างมากขึ้น คำนึงถึงสุขอนามัยในทุกๆครั้งที่ต้องสัมผัส หรือว่าเดินทางนั้นเอง

ปัจจุบัน “บ้าน” ต้องถูกปรับเป็นที่ทำงานด้วย สำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัด จะออกแบบพื้นที่อย่างไรให้ลงตัว ได้ทำงานไปพร้อมใช้ชีวิต

เพราะว่าถ้าหากบ้านไหนๆได้มีพื้นที่ไม่มีไม่พบเจอปัญหาใดๆเพราะว่าจัดสรรอย่างได้ง่ายดาย แต่ว่าสำหรับใครที่ได้มีพื้นที่อยู่อาศัยอย่างจำกัด และก็ในตอนนี้ก็จะต้องเพิ่มพื้นที่สำหรับการทำงานเข้าไปด้วย น่าจะเริ่มจากการเรียงลำดับความสำคัญว่าพื้นที่ที่จำกัดนั้น อาจจะต้องจัดเตรียมไว้สำหรับการทำงานก่อน แล้วค่อยย่อยลงไปสำหรับกิจกรรมอื่นๆที่ตนเองสนใจนั้นเองครับ

แต่ถึงอย่างไรก็ตามเรื่องที่สำคัญไปกว่าเรื่องของพื้นที่นั้นก็คือห้องจะต้องมีระบบบรรยาอากาศแบบเปิด แล้วก็สามารถเปิดหน้าต่างได้ ลมทางด้านธรรมชาติ และก็แสงธรรมชาติผ่านเข้ามาได้ ห้องน้ำไม่อับเกินไป ไม่เป็นที่สะสมเชื้อโรคนะครับ

การออกแบบที่พักอาศัยในอนาคต ต้องให้ความสำคัญเรื่องช่องแสง ช่องลมเป็นพิเศษหรือเปล่า

เพราะว่าเรื่องเหล่าๆนี้เป็นเรื่องพื้นฐานที่นักออกแบบทุกๆคนรู้อยู่แล้ว แต่ว่าระยะหลังเพราะเนื่องจากการปลูกสร้างจากอาคารที่ได้มีข้อจำกัดหลากหลาย อย่างเช่น ความสำคัญในเรื่องเหล่าๆนี้นั้นจึงจะถูกจัดอันดับไปเป็นเรื่องรองๆครับ  ลงไป แต่ว่าในส่วนสำคัญทั้งสำหรับสถาปนิกและก็ผู้พักอาศัยเองนั้นก็คืออาจจะต้องสามารถมีการปรับเปลี่ยนพื้นที่ที่พักอาศัยได้ทันท่วงที อย่างเช่น หากขยับโต๊ะออกไป 1 ตัว พื้นที่ตรงนั้นสามารถใช้ออกกำลังกายได้อย่างทันที

“บ้านสไตล์มินิมัล” น่าจะตอบโจทย์สำหรับการเป็นบ้านที่ถูกสุขอนามัย ปลอดภัยจากเชื้อโรคมากที่สุด สำหรับคุณคิดอย่างไร

เพราะว่าความที่ได้เปรียบของบ้านสไตล์มินิมัล ที่คิดเรื่องความน้อยมันจะช่วยลดการเก็บพวกเชื้อโรค มันก็เป็นความเข้าใจที่จะถูกต้องเหมือนกัน แต่ว่าโดยรวมแล้วความหมายจริงๆนั้น ของบ้านสไตล์มินิมัลนั้นมันเป็นลัทธิมินิมอลที่เกิดขึ้นมาในยุคประมาณ 1960-1970  ซึ่งเป็นลัทธิที่ไม่ต้องการให้คนมองศิลปะเป็นตัวแทนของอะไรอีกแล้วครับ

เพราะแต่เดิมศิลปินที่วาดภาพจะต้องการให้ศิลปะในการถ่ายทอดสิ่งที่เขาวาด แต่ว่าลัทธินี้กลับมองอีกอย่าง เช่น การวางสี่เหลี่ยม 9 ชิ้นไว้กลางพิพิธภัณฑ์ มันไม่มีความหมายอะไร แต่ก็จุดประสงค์ก็คือต้องการให้คนเข้ามาสัมผัสพื้นผิวของสี่เหลี่ยมเหล่าๆนั้น ก็ได้เห็นแสง ช่องว่าง ระยะห่าง ทิศทางต่างๆ นี่คือความหมายของความน้อยอย่างมินิมัลที่แท้จริงครับ

แต่ถ้าหากมองว่าความน้อยในยุคที่เมืองมีความหนาแน่น และก็เรามีนิสัยสะสมอีกมากขึ้น นั่นก็อาจจะกลายเป็นปัญหาเรื่องราวการใช้ชีวิตนะครับและไม่เหมาะสมกับพื้นที่ ผมจึงได้มองว่าเรื่องนี้ขึ้นกับพฤติกรรมของมนุษย์แต่ละคนมากกว่า ว่าควรจะมีการใช้ชีวิตสัมพันธ์กับพื้นที่

สรุปแล้วหลังจากนี้ “บ้าน” ควรจะเป็นอย่างไร

ผมว่าภายหลังจากนี้หน้าบ้านของทุกๆหลังนั้นควรจะมีแอลกอฮอล์ หน้ากากอนามัย หน้ากากผ้าวางไว้ มีสเปรย์ น้ำยาฆ่าเชื้อโรค จะอยู่บ้านอาจไม่จำเป็นต้องเปิดแอร์ทำงาน หรือว่าอย่างคอนโดมิเนียม อะพาร์ตเมนท์ที่ได้มีการใช้พื้นที่ร่วมกันจะต้องใส่ใจเรื่องการทำความสะอาดครับ คนจะต้องมีความรับผิดชอบต่อตัวเองส่วนรวมๆมากขึ้น เรื่องเหล่านี้นั้นเป็นเรื่องที่ต้องเริ่มจากตัวเอง มันอาจจะมีรายละเอียดเพิ่มเข้าไปอีกในการใช้พื้นที่ร่วมกัน

แต่รวมทั้งหมดนั้นผมก็ว่าหลังผ่านบทเรียนอันยิ่งใหญ่ครั้งนี้การใช้ชีวิตอย่างมีสติ รู้ตัว รู้พฤติกรรมของตัวเองนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เป็นต้นครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *